ความแตกต่างระหว่างบุคคล

มนุษย์เรามีความคล้ายคลึงกันอยู่หลายประการ เช่น ความต้องการ ความชอบ หรือความรู้สึกบางอย่าง  แต่ก็มีหลายส่วนที่มีความแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็น รูปร่างหน้าตา ความสูง ต่ำ สีผิว บุคลิกท่าทางหรือแม้แต่ลักษณะนิสัย อารามณ์ ความคิด ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าทุกคนล้วนมีความแตกต่างกัน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้บุคคลแตกต่างกันนั้น นักจิตวิทยาและนักการศึกษาเชื่อว่า ความแตกต่างระหว่างบุคคลเป็นผลมาจากพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม   ลักษณะของความแตกต่างของบุคคล ความแตกต่างที่มีมาแต่กำเนิดหรือความแตกต่างทางด้านร่างกาย บุคคลเกิดมาพร้อมด้วยองค์ประกอบทางพันธุกรรมที่แตกต่างกัน (ยกเว้นฝาแฝดแท้) และด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีลักษณะทางร่างกายแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็น  เพศ (ผู้ชาย/ผู้หญิง) อายุ รูปร่าง หน้าตา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลมาจากกรรมพันธุ์  แต่อย่างไรก็ตามบางครั้งสิ่งแวดล้อมก็มีโอกาสที่จะแทรกแซงที่ทำให้ความแตกต่างทางด้านร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ความแตกต่างที่เกิดจากการได้รับอิทธิพลภายนอกหรือสิ่งแวดล้อม ความแตกต่างที่เกิดจากการได้รับอิทธิพลภายนอกหรือสิ่งแวดล้อม เกิดจากประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มา จากสิ่งรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็น ประเพณี วัฒนธรรม ศาสนา ครอบครัว ชุมชน หรือสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมีอิทธพลทำให้บุคคลมีทัศนคติ ความเชื่อ ความถนัด ความสนใจ อารมณ์ หรือพฤติกรรมที่แตกต่างกัน เช่น เด็กชายเอได้รับเลี้ยงดูมาในสภาพแวดล้อมที่ดี คนรอบข้างมีน้ำใจ เด็กชายเอก็จะได้เรียนรู้ถึงการมีน้ำใจต่อกัน และอาจส่งผลให้เด็กชายเอเป็นคนมีน้ำใจเช่นกัน   การจัดการความแตกต่างเพื่อการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข […]

การรับมือกับพฤติกรรมเด็ก

เมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่ไม่เชื่อฟังเวลาพ่อแม่ห้ามปราม ไม่ยอมทำอะไรบางอย่างที่พ่อแม่ต้องการให้ทำ มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ทำลายสิ่งของเมื่อโกรธหรือโนขัดใจ ซึ่งพ่อแม่จะต้องเตรียมพร้อมในการตอบสนองต่อพฤติกรรมของเด็กที่ไม่เหมาะสมดังนี้ 1.เมื่อเด็กเล่นของมีคม หรือปีนป่ายไปในที่สูง พ่อแม่ต้องให้เหตุผลอย่างตรงไปตรงมา สั้นๆ เข้าใจง่ายว่าการเล่นของมีคมจะทำให้บาดมือได้ หากปีนขึ้นไปในที่สูงตกลงมาจะทำให้เจ็บอาจทำให้แขนขาหักได้ หรือใช้เทคนิคการให้สิ่งทดแทน ถ้าเด็กเล่นของมีคมอยู่ ก็ให้เอาของเล่นอื่นที่น่าสนใจกว่าไปแลก 2.พ่อแม่ต้องแสดงออกด้วยท่าทีที่หนักแน่นและจริงจัง หากพ่อแม่ต้องการให้เด็กทำอะไรแต่เด็กไม่ยอมทำหรือเลื่อนเวลาทำออกไปเรื่อยๆ พ่อแม่ต้องแสดงให้เด็กเห็นว่าต้องทำขณะนี้ เดี๋ยวนี้ เช่น หากลูกไม่ยอมทำการบ้าน พ่อแม่ต้องแสดงให้ลูกเห็นว่าต้องทำการบ้านโดยบอกด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงจังและให้เด็กเอาสมุดการบ้านออกมาทำเดี๋ยวนั้นเลย ถ้าจำเป็นก็อยู่กับเด็กจนทำเสร็จ 3.การเสริมแรงแบ่งออกเป็น 2 ทาง ได้แก่ การเสริมแรงทางบวก เป็นการให้สิ่งเสริมแรงที่เด็กพอใจ ให้รางวัล ส่งผลให้เด็กแสดงพฤติกรรมนั้นถี่ขึ้น เช่น เมื่อลูกทำการบ้านเสร็จ แม่ชมและให้ขนมเป็นของรางวัล ส่วนการเสริมแรงทางลบ เป็นการนำเอาสิ่งที่เด็กไม่พึงพอใจออกไป ส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมนั้นถี่ขึ้น เช่น หากเด็กอ่านหนังสือจบหนึ่งเล่ม จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องล้างจานหนึ่งวัน เป็นต้น 4.การลงโทษ หากไม่จำเป็นพยายามอย่าใช้วิธีการลงโทษด้วยอารมณ์ เพราะจะทำให้เด็กยิ่งต่อต้านมากขึ้น ซึ่งการลงโทษแบ่งเป็น 2 ทาง ได้แก่ การลงโทษทางบวก เป็นการให้สิ่งเร้าที่เด็กไม่พึงพอใจ ส่งผลให้เด็กแสดงพฤติกรรมนั้นลดลง เช่น เมื่อเด็กแอบไปเล่นน้ำ แล้วโดนแม่ตี ส่วนการลงโทษทางลบ […]

พัฒนาการ 4 ด้าน กับการเปลี่ยนแปลง 4 ช่วงวัย

พัฒนาการทางร่างกาย ( Physical Development) วัยเด็ก       วัยเด็กร่างกายจะเจริญเติบโตเพื่อให้อวัยวะต่าง ๆ สามารถทำงานได้ตามหน้าที่  สามารถใช้อวัยวะต่างๆของร่างกายได้ดีขึ้น ระบบกล้ามเนื้อ และระบบประสาทสัมผัสทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ขึ้น วัยรุ่น        ร่างกายในช่วงวัยรุ่นถือว่าเป็นช่วงที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ร่างกายจะมีความเป็นชายหญิงมากขึ้น เช่น เพศหญิงจะเริ่มมีหน้าอก สะโพกผาย และเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก ส่วนเพศชายเริ่มมีหนวดเครา นมขึ้นพาน มีลูกกระเดือก เสียงแตก และเริ่มมีฝันเปียก วัยผู้ใหญ่    เป็นช่วงวัยที่ร่างกายสมบูรณ์เต็มที่ มีความแข็งแรง คล่องแคล่วว่องไว การรับรู้ต่างๆมีความสมบูรณ์เต็มที่ วัยสูงอายุ   วัยนี้เป็นวัยที่ระบบอวัยวะต่างๆเริ่มเสื่อมลงทั้งอวัยวะภายในและภายนอก  เช่น มีผมหงอก มีรอยเหี่ยวย่น หลังโกง กล้ามเนื้อหย่อนสมรรถภาพ เคลื่อนไหวช้าลง การได้ยินเสื่อมลง สายตาฝ้าฟาง ฯลฯ พัฒนาการทางจิตใจ  ( Psychological Development) วัยเด็ก       มีการพัฒนาด้านจิตใจ โกรธง่ายหากไม่ได้รับการตอบสนองในสิ่งที่ต้องการ รักบุคคลที่ให้การตอบสนองในสิ่งที่เขาต้องการ กลัวสิ่งแปลกใหม่ ช่างซักถาม  ช่างสงสัยทุกเรื่องและถามได้ตลอดเวลา วัยรุ่น        เป็นช่วงวัยที่มีอารมณ์ เปลี่ยนแปลงง่าย  อยากรู้ อยากเห็น ต้องการหาประสบการณ์แปลกใหม่ ต้องการความรักความห่วงใย  และต้องการการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน […]

จิตวิทยา เพื่อความสุขของครอบครัว

จิตวิทยาครอบครัว เพื่อครอบครัวที่เป็นสุข สถาบันครอบครัวเป็นระบบความสัมพันธ์ที่มีความเชื่อมโยงกัน ครอบครัวจึงเป็นแหล่งสำคัญที่ให้ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ความอบอุ่น ความเข้าใจ กำลังใจ และเป็นแหล่งพักพิงทางใจในยามมีทุกข์ การสร้างสรรค์ครอบครัวให้อบอุ่นได้ต้องเริ่มจากการพูดจาที่ดีต่อกัน ไม่นำครอบครัวของตัวเองไปเปรียบเทียบกับครอบครัวอื่น นอกจากนี้แล้วสังคมยังอาศัยสถาบันครอบครัวเพื่อเป็นแหล่งสร้างสมาชิกให้อีก ด้วย ครอบครัวได้เริ่มต้นจากคนสองคนที่ตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน โดยมีตัวแปรเรื่องความรักและ การเลือกคู่ครองดังนี้ ความใกล้ชิดสนิทสนม คนเรามักจะแต่งงานกับคนที่อยู่ใกล้ ดังนั้น ความรักทางใกล้จึงได้เปรียบกว่าความรักทางไกล ดังสำนวนว่า รักแท้แพ้ใกล้ชิด นั่นเอง ความสวยความหล่อ เป็นตัวแปรสำคัญที่ดึงดูดคนให้มารู้จักกัน สนิทสนม พูดคุย และก่อให้เกิดความรักต่อกัน ภูมิหลังทางสังคมคล้ายกัน เช่นระดับการศึกษาที่ใกล้เคียงกัน ทำให้พูดคุยกันง่าย คุยกันรู้เรื่อง ความคิดเห็นตรงกัน คือการมีทัศนคติตรงกันในหลายเรื่อง โดยเฉพาะกับบุคคลที่มีความคิดเห็นตรงกัน มักจะมีความสุขเวลาอยู่ร่วมกัน ทัศนคติใกล้เคียงกัน เช่น ชอบทำอาหาร กับชอบรับประทาน อารมณ์ร้อนกับอารมณ์เย็น ช่างพูดกับชอบฟัง เป็นต้น ความพร้อมของวัย ปัจจุบันหากแต่งงานอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องถือว่าเป็นวัยที่ยังไม่พร้อมต่อการใช้ชีวิตคู่ อาชีพคล้ายคลึงกัน เป็นตัวแปรที่ทำให้คนเราชอบกันได้ เช่นคนที่อยู่ในอาชีพเดียวกัน คู่แต่งงานที่ได้เริ่มต้นใช้ชีวิตคู่กันสักระยะหนึ่งจะตระหนักว่า การใช้ชีวิตคู่เป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องการความละเอียดอ่อน และความเอาใจใส่อย่างมาก การเรียนรู้การใช้ชีวิตคู่ของคู่แต่งงาน เพื่อจะให้ชีวิตรักประสบความสำเร็จอย่างที่หวังไว้มีปัจจัยต่างๆดังนี้ การพูดให้น้อยลง […]

จิตวิทยา ความรัก

จิตวิทยาความรัก (Psychology of love) ความรักเกิดขึ้นได้อย่างไร? มีการศึกษาพบว่า ความรักเกิดขึ้นได้จากปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้  ความสัมพันธ์ชิดใกล้  เป็นจุดเริ่มต้นของความรัก อาจเริ่มจากการเป็นเพื่อนและเรียนรู้ ลักษณะนิสัยใจคอซึ่งกันและกัน และพัฒนาความสัมพันธ์มาเป็นคนพิเศษและกลายมาเป็นคนรักและแต่งงานกัน ความสัมพันธ์ใกล้ชิดนั้นทำให้คนเรามีโอกาสพูดคุยกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ความดึงดูดทางรูปร่างหน้าตา  หน้าตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ คนหน้าตาดีย่อมมีเสน่ห์สามารถดึงดูดให้ผู้คนเกิดความสนใจและตกหลุมรักได้ง่ายกว่าคนที่หน้าตาดีน้อยกว่า ลักษณะอุปนิสัยคล้ายคลึงกัน รสนิยม ทางความคิดและการปฏิบัติที่เหมือนๆกันจะดึงดูดให้เข้าหากันง่ายกว่า เพราะคนที่มีอะไรคล้ายกันย่อมมีเรื่องราวคุยสร้างความสัมพันธ์ได้ง่ายกว่า คนเรามักใช้เหตุผลอะไรในการเลือกคนรัก ตามแนวความคิดของฟรอยด์  (Freud) โดยฟรอยด์กล่าวว่าคนเราเลือกคนรักด้วยเหตุผล ดังนี้ มีอุปนิสัยคล้ายกับพ่อและแม่ของตนเอง เรียกว่า anaclitic love ถ้า เหมือนพ่อหรือแม่เราเรียกว่าเป็นแบบ positive way มักเป็นในคนที่พ่อหรือแม่ดีเป็นที่ประทับใจ เช่นถ้าเป็นลูกสาว ที่มีพ่อนิสัยดี สุภาพอ่อนโยน ก็ย่อมเลือกคนรักที่เหมือนกับพ่อ   แต่อีกรูปแบบหนึ่ง เรียกว่า negative way คือ ชอบคนที่มีนิสัยที่แตกต่างกับพ่อและแม่ของตนเอง เช่นลูกชายที่มีแม่จุกจิกขี้บ่น ระเบียบจัด ก็ย่อมอยากได้แฟนที่มีนิสัยตรงกันข้าม เป็นต้น มีอุปนิสัยเหมือนตัวเราเอง เรียกว่า narcissistic […]

EAP 3 ตรวจเช็คสุขภาพความสุข

Now  you can measure your happiness level as following: Firstly, are you excited or comfortable to go to work? Secondly, do you enjoy working so much that you forget the time? Thirdly, do you have good relationship with your colleague? Fourthly,do you feel happy and proud with your acheivement? Fifthly, can you work there for […]

EAP 2 การจัดการความเครียด

Stress can take away your happiness and peace,  if you do not deal with it effectively. Stress can be increased to middle and then highest level. It causes insomnia, anxieties, restlessness,including conflicts with others. Coping with stress is important.When you adjust your attitude, then you can  eventually solve this problem. You can ask helps from […]

1 2